เปิดใจ ณเดชน์ คูกิมิยะ กับบท บักเขียว ณ หนองผักคะแยง

เปิดใจ ณเดชน์ คูกิมิยะ กับบท บักเขียว ณ หนองผักคะแยง

ละครมนต์รักหนองผักกะแยง ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำ  ทางช่อง 33

ณเดชน์ คูกิมิยะ

บอกเลยว่าเล่นหนัง หรือละครเรื่องไหน ก็ครองใจแฟนๆ ได้ทุกบทบาทสำหรับพระเอกซุปตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ ล่าสุดกับบทของ ธรากร พันธุ์วิเศษ หรือ บักเขียว ในละครเรื่อง “มนต์รักหนองผักกะแยง” ของผู้จัด บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง    กำกับการแสดงโดย อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง  ด้วยเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อนเข้าใจง่าย แถมยังสร้างเสียงหัวเราะได้ทุกเบร ทุกตอน   บวกกับความเป็นลูกอีสานของณเดชน์ยิ่งทำให้ละครเรื่องนี้มีเสน่ห์ เรียกว่าเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวมากๆ

ณเดชน์ เผยว่า “ เล่นเป็น ธรากร พันธุ์วิเศษ หรือ บักเขียว ครับ แรกๆ จะไม่พูดภาษาอีสานเลย  พูดไม่ได้อะไรประมาณนี้ คือด้วยความที่ครอบครัวเขียว  มีเหตุต้องย้ายเข้ากรุงเทพ

ด้วยสำเนียงอีสานที่ติดตัวมา  จึงโดนเด็กที่กรุงเทพฯ แกล้งสารพัด ชีวิตวัยรุ่น  ต้องมาเจอมรสุมหนัก เขาโทษว่าเป็นความผิดยาย  ที่เป็นคนอีสาน เกลียดความเป็นอีสานจึงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้คนเป็นเมือง ให้คนกรุงเทพฯ ยอมรับ   แต่จู่ๆ ดันมีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาหมดเนื้อหมดตัวหันหน้ากลับบ้านเกิดตัวเอง ซึ่งมีคุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ คุณน้า รอรับอยู่ พอกลับมาเขียวก็จะมีเป้าหมายเดมคือทำยังไงก็ได้ให้ได้กลับเข้าไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ในบทเป็นค่อนข้าง เอาแต่ใจ เป็นลูกคนเดียวด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีความเห็นแก่ตัวอยู่ค่อนข้างเยอะ  ซึ่งในการแสดงเรื่องนี้ผมจะปรับในเรื่องของความลุกรี้ลุกรนครับ ยิ่งตอนที่เขียวอยู่กับชมพู่เขาก็จะกลัวมากเพราะชมพู่มักชอบใช้กำลัง เป็นหัวโจก แค่เขาง้างมือก็กลัวหัวหดแล้ว เป็นคนที่เหมือนกระต่ายตื่นตูมหน่อยๆ ซึ่งผมว่าโบว์เล่นได้ดีเลยนะ เล่นออกมาได้น่ารักมาก พอทำงานด้วยกันไปนานๆ ก็จะรู้สึกว่าเป็นน้องชายคนหนึ่ง ด้วยความห้าว แมนๆ ลุยๆ ในตัวเขาอยู่แล้ว เวลาทำงาน ผมก็มีแนะนำภาษาอีสานให้น้องเขาบ้าง บางคำที่เขาไม่ค่อยเข้าใจ เพราะแม้ว่าในชีวิตจริงเราจะคุ้นชิ้นกับภาษาอีสานอยู่แล้ว แต่ก็ต้องมีปรับเยอะเหมือนกันครับ คือต่อให้เราคุ้นชินมากแค่ไหนก็ตาม พอมันเป็นละครก็จะปรับเปลี่ยนบ้างให้เป็นภาษาอีสานของตัวเอง ให้มันเข้าปากเรา มีลูกเล่นมากขึ้มีคำวิเศษของภาษาอีสานที่จะทำให้มันน่าสนใจและดูเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น

นอกจากความสนุกสนานของเรื่องราวต่างๆ แล้ว คนดูยังจะได้เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ซึ่งทุกคนทำกันได้ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ รวมไปถึงยังสอดแทรกเรื่องราวของมิตรภาพต่างๆ ของคนในหมู่บ้านวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ผมว่ามันมีเสน่ห์มากนะตรงนี้ ทำให้เราคิดถึงบรรยากาศบ้านนา อยากกลับบ้านเกิดอะไรประมาณนี้ อยากให้คนดูได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศต่างๆ ครับ แล้วยังมีความน่ารักของชมพู่กับบักเขียว ที่จะมาทำให้คนดูได้อมยิ้มไปกับความไม่ยอมกัน สำหรับละครเรื่องนี้  บอกเลยว่า ผมจัดเต็มมาก มีทั้งบทบาทที่เข้มข้น  เรื่องการร้องเพลง ทั้งร้อง ทั้งเต้น ผมใส่ลีลาเต็มที่ หาดูที่ไหนไม่ได้แน่นอนครับ แล้วผมก็ดีใจมากๆที่มีโอกาสได้มาทำงานกับที่พี่อ๊อฟ อีกครั้ง เคยมีโอกาสได้พบกัน ตอนที่เล่นละคร สี่หัวใจแห่งขุนเขา แล้วก็ภาพยนตร์เรื่องนาคี2 ส่วนละครเรื่องลายกินรี  ก็ยังถ่ายทำไม่เสร็จ  จนมีโอกาสได้มาถ่ายทำเรื่องมนต์รักหนองผักกะแยงด้วยกัน  พี่อ๊อฟ  ได้ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องบทบาท การทำงาน การใช้ชีวิต วิธีคิด ในหลาย ๆ อย่าง  ผมรัก และก็ศรัทธาในตัวพี่อ๊อฟ  จึงอยากทำผลงานออกมาให้เต็มที่ ที่สุด  ยังไง ก็ฝากติดตามละครกันด้วย นะครับ”

ติดตามเป็นกำลังใจให้กับหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่บอกเลยว่าทั้งร้อง ทั้งแสดงจัดเต็มให้แฟนๆ ได้สนุกสนาน  กับละครเรื่อง “มนต์รักหนองผักกะแยง” ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หลังข่าวภาคค่ำทางช่อง 33