สผ. ผนึกกำลังพันธมิตร จัดเสวนากิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕

สผ. ผนึกกำลังพันธมิตร จัดเสวนากิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕

วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังพันธมิตรร่วมกับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และมูลนิธิโลกสีเขียว จัดกิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ในหัวข้อ “สร้างสรรค์และแบ่งปันอนาคตที่ยั่งยืน เพื่อโลก เพื่อเรา (Building a shared future for all life)” เพื่อรณรงค์ให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน โดยถ่ายทอดสดกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ทาง Facebook Live เพจ Biodiversity CHM Thailand

โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการ สผ. เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมจัดกิจกรรม ภายในงานมีการเสวนาของผู้บริหารองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในหัวข้อ การสร้างความเป็นพันธมิตร การฟื้นฟูสีเขียว เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เพื่อเราทุกคนและตัวแทนคนรุ่นใหม่ ในหัวข้อ ปรับ Mindset & Passion เพื่อรักษ์ที่ยั่งยืน พร้อมนิทรรศการจากหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง เลขาธิการ สผ. ได้กล่าวภายในงานว่า ในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ ๑๕ ซึ่งจะจัดขึ้นในปีนี้ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีการพิจารณาประเด็นที่สำคัญ
คือ กรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกภายหลังปี ค.ศ. ๒๐๒๐ รวมถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว
(ปี ค.ศ. ๒๐๕๐) ซึ่งทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยจะใช้เป็นกรอบในการดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์
เพื่อบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในระดับประเทศต่อไป ในส่วนของประเทศไทยพบว่า ที่ผ่านมาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพยังถูกคุกคามจากใช้ประโยชน์ที่ไม่เหมาะสมของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน สผ. ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว จึงได้ดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ซึ่งครอบคลุม
การส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน รวมถึง
การแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนและภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านมาตรการ กลไกต่าง ๆ เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศซึ่งสอดคล้องกับนโยบายประเทศในการขับเคลื่อน Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG โมเดล ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมใน มิติ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
ไปพร้อมกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม