‘Whizdom Society by MQDC’ เปิดตัวโครงการ ‘BE THE CHANGE’สนับสนุนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ร่วมกล้า”เปลี่ยน” ปัญหาในสังคมไทยให้พัฒนาขึ้นแบบอย่างยั่งยืน

‘Whizdom Society by MQDC’ เปิดตัวโครงการ ‘BE THE CHANGE’สนับสนุนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ร่วมกล้า”เปลี่ยน” ปัญหาในสังคมไทยให้พัฒนาขึ้นแบบอย่างยั่งยืน

‘Whizdom Society by MQDC’ เปิดตัวโครงการ ‘BE THE CHANGE’สนับสนุนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ร่วมกล้า”เปลี่ยน” ปัญหาในสังคมไทยให้พัฒนาขึ้นแบบอย่างยั่งยืน
·    โครงการ “BE THE CHANGE” โดย Whizdom Society by MQDC จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการสนับสนุนสังคมคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนเก่งและมีจิตใจดี เพื่อดูแลสังคมหมู่มาก   เชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่มีแรงบันดาลใจ มีแนวคิดต้องการ”เปลี่ยน”ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมให้พัฒนาขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างสรรค์กิจการเพื่อสังคม และ ส่งต่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน  รับสมัครนิวเจนคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ ระหว่าง 17 – 30 ปี     ร่วมสมัครและแชร์ประสบการณ์หรือแนวคิดใหม่ เพื่อคว้าโอกาสผ่านการการคัดเลือกเป็นตัวแทนเข้าเรียนคอร์สพัฒนาตนเอง และได้โอกาสสัมผัสประสบการณ์ทริปดูงานด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในระดับสากลที่ประเทศญี่ปุ่น 


(กรุงเทพฯ) -  บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นของประเทศไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา ‘for all well-being’ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัย แบรนด์วิสซ์ดอม (Whizdom)   เปิดตัวโครงการ “BE THE CHANGE” โดย Whizdom Society by MQDC จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการสนับสนุนสังคมคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนเก่งและมีจิตใจดี เพื่อดูแลสังคมหมู่มาก   เชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่มีแรงบันดาลใจ มีแนวคิดต้องการ”เปลี่ยน”ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมให้พัฒนาขึ้นอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมสร้างสรรค์กิจการเพื่อสังคม และ ส่งต่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน  รับสมัครนิวเจนคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ ระหว่าง 17 – 30 ปี     ร่วมสมัครและแชร์ประสบการณ์หรือแนวคิดใหม่ เพื่อคว้าโอกาสผ่านการการคัดเลือกเป็นตัวแทนเข้าเรียนคอร์สพัฒนาตนเอง และได้โอกาสสัมผัสประสบการณ์ทริปดูงานด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในระดับสากลที่ประเทศญี่ปุ่นเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม 2562  

นายกฤษฐ์สยุทธ ชววิทยาธรรม ผู้อำนวยการวิสซ์ดอม โซไซตี้ บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ เอ็มคิวดีซี (MQDC)   กล่าวว่า ด้วยปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่มีเป้าหมายตอบแทนสังคมควบคู่กันไปด้วย   ผนวกกับปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน   เราจึงอยากที่จะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาโดยการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ซึ่งกำลังจะกลายเป็น พลังสำคัญของภาคธุรกิจและสังคมในอนาคตอันใกล้ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพภายในให้มีความพร้อมที่จะก้าวสู่บทบาทผู้นำ โดยเฉพาะในกิจการเพื่อสังคมซึ่งเราอยากให้คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจและมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ด้วยการร่วมแก้ปัญหาสังคม ผ่านการขยายกิจการเพื่อสังคมให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสานต่อให้สามารถแก้ปัญหาสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมและอย่างยั่งยืนพร้อมกัน  รวมทั้งเราพบว่าในหลายประเทศ เทรนด์ด้านกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE)  ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่จะช่วยบรรเทาปัญหาสังคมที่มีความหลากหลายและอาจเป็นปัญหาที่กระทบกับคนในวงกว้าง หรือคนในวงจำกัด ที่อาจต้องการความช่วยเหลือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นทั้งในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้วให้ผ่อนคลายลงได้ เช่นประเทศอังกฤษ มีความก้าวหน้าในการพัฒนากิจการเพื่อสังคมระดับหัวแถวของยุโรปจนมีกิจการประเภทนี้ประมาณ 7 หมื่นราย จนกระทั่งรัฐบาลต้องมีนโยบายสนับสนุนกิจการ  SE ประเทศอินเดียมีกิจการเพื่อสังคมที่เป็นที่ยอมรับคือ   "Aravind Eye Hospital and Aurolab"  เป็นโรงพยาบาลตาที่ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์และบริการด้านสาธารณสุขให้ผู้คนเข้าถึงได้ในราคาย่อมเยาว์ แต่องค์กรก็ยังคงมีเสถียรภาพทางการเงิน ประเทศแอฟริกาใต้มีโครงการ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขาดน้ำสะอาดจึงจัดตั้ง Playpumps เพลย์ปั๊มเป็นม้าหมุนสำหรับเด็กที่ช่วยสูบน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคจากบ่อใต้ดินไปที่แทงค์เก็บน้ำ ทุกๆ ครั้งที่เด็กๆ หมุนเล่นและแทงค์น้ำนี้ก็เชื่อมต่อกับท่อน้ำในชุมชนเพื่อให้ทุกคนได้มีน้ำสะอาดใช้ โดยปัจจุบันมีเพลย์ ปั๊มประมาณ 700 เครื่องถูกติดตั้งในแอฟริกาใต้ แหล่งรายได้ของเพลย์ ปั๊มมาจากการขายพื้นที่โฆษณาบริเวณปั๊ม โดยโฆษณาบางส่วนมีเนื้อหารณรงค์เรื่องโรคเอดส์แก่เด็กเป็นต้น 

"ในประเทศไทยเรามีตัวอย่างผู้ที่ดำเนินธุรกิจด้าน SE ที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จเช่นกัน อาทิ ดอยตุง  Techsauce Media  Local A like ซึ่งในคอร์สของเรา ผู้เข้าอบรมจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่ที่เป็นผู้ก่อตั้งกิจการโดยตรง อาทิ ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ผู้สร้างแอพ Read For The Blind  สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้ง Local A Like เที่ยวเมืองไทยในแบบฉบับของคนท้องถิ่น อัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้ก่อตั้ง AIYA แชทบอท ฯลฯ รวมถึงวิทยากรชั้นนำอีกมากมายที่จะมาให้ความรู้ด้านกฎหมาย และเทคโนโลยีต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการด้านกิจการเพื่อสังคมให้ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ " นายกฤษฐ์สยุทธกล่าว 
 
สำหรับโครงการ “BE THE CHANGE” เป็นหลักสูตรระยะเวลา 8 สัปดาห์ ประกอบด้วยองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งด้านแนวคิด   องค์ความรู้ด้านวิชาชีพ และ เวิร์คช้อป  อาทิเช่น  Digital Shift 2020, Sustainability Business, Innovative Thinking, UX Design, Leadership and teamwork , Storytelling, Law for SE และ Entrepreneurial Mindset  นอกจากนั้นแล้ว ผู้ร่วมโครงการยังจะได้เรียนรู้จากการลงมือพัฒนาโครงการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมให้เกิดขึ้นจริง ตามหัวข้อปัญหาที่ตนสนใจ โดยมี Mentor คอยให้คำแนะนำ และได้นำเสนอโครงการของตนเองในวันเดโมเดย์ (Demo Day) โดยผู้ชนะเลิศในโครงการ จะได้รับโอกาสศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อรับชมเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันทันสมัยต่างๆ รวมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Earth day Tokyo ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้และรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น 

ผู้สนใจโครงการ “BE THE CHANGE” สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่  https://whizdomclouds.com/bethechange  
 

โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 10 ธันวาคม 2562 
สัมภาษณ์และคัดเลือกผู้สมัคร : 16-20 ธันวาคม 2562
ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการ : 24 ธันวาคม 2562
ระยะเวลาหลักสูตร : 18 มกราคม – 14 มีนาคม 2563  (เฉพาะวันสุดสัปดาห์) 
Demo Day: 21 มีนาคม 2563
รางวัลทริปดูงานต่างประเทศสำหรับทีมที่ได้คะแนน Demo สูงสุด   : เมษายน 2563


Hashtag: #WhizdomSociety #WhizdomBeTheChange #InspirationHub #KnowledgeSharingSociety  
หมายเหตุ 
กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) คือหน่วยงานที่ดำเนินงานโดยใช้ยุทธศาสตร์แบบกลไกตลาดเพื่อเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมการดำเนินงานของกิจการเพื่อสังคม มุ่งเน้นเป้าหมายทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเงินไปพร้อม ๆ กัน หรือที่เรียกว่า Triple Bottom Line โดยเป้าหมายทางการเงิน เช่นการสร้างรายได้นั้น มีขึ้นเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม แทนที่จะเป็นผลประโยชน์ของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นเหมือนกิจการทั่วไป
เกี่ยวกับบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) 
บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) ดำเนินธุรกิจการพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย บ้าน คอนโดมิเนียม โครงการมิกซ์ยูส และธีมโปรเจคต์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีกและโรงแรม พร้อมดำเนินธุรกิจภายใต้คำมั่นสัญญา ‘for all well-being’

MQDC พัฒนาที่อยู่อาศัยและโครงการมิกซ์ยูสภายใต้แบรนด์ “แมกโนเลียส์” (Magnolias) “วิสซ์ดอม” (Whizdom) ดิ แอสเพน ทรี (The Aspen Tree) และมัลเบอร์รี่ โกรฟ (Mulberry Grove) เพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้อยู่อาศัยและสร้างการใช้ชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

MQDC ได้ให้การรับประกัน 30 ปี ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกโครงการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการก่อสร้าง ที่ดีเยี่ยม 

การประยุกต์ปรัชญา ‘นวัตกรรมแห่งความยั่งยืน’ MQDC มุ่งมั่นที่จะนำพาภาคธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไปสู่ความยั่งยืน ดังนั้น MQDC ได้ให้การสนับสนุนงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ซึ่งเป็นศูนย์การวิจัยแห่งแรกของเอเชียที่มุ่งเน้นด้านการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกสรรพสิ่งบนโลก

MQDC ดำเนินงานพร้อมกับการคำนึงถึงสิ่งมีชีวิตบนโลก มากกว่านั้นยังมีเป้าหมายในการพัฒนาความยั่งยืนเพื่อสังคมโดยรวม 


เกี่ยวกับ Whizdom Society และ Whizdom Club by MQDC
Whizdom Society by MQDC ก่อตั้งโดยมีวัตุประสงค์เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย นำร่องกิจกรรมที่ดีต่างๆ อย่างมากมาย เช่น การสร้างสรรค์หลากหลายกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาทักษะ และสร้างจินตนาการ ในด้านต่างๆ เพื่อตอกย้ำความเป็นนักพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ จึงได้พัฒนาแนวคิดการสร้างสรรค์สังคมไทย ให้เยาวชนรุ่นใหม่เป็นโรลโมเดลต้นแบบ สังคมของคนดีและคนเก่ง จึ้งได้จัดตั้ง Whizdom Club เป็นสถานที่ศูนย์รวม แห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปรัชญา การดำเนินธุรกิจด้วยคำมั่นสัญญา ‘for all well-being’ ของ MQDC ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ได้ที่ Facebook: Whizdom Society, Facebook: MQDCForAllWellBeing https://www.facebook.com/mqdcforallwellbeing/