"PM 2.5 กำลังมาเยือน อย่าแชเชือนไปช่วยกัน”

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุธา ขาวเธียร

รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล

ศำสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“พวกเราทุกคนล้วนมีส่วนเป็นทั้งต้นเหตุและทางออกของปัญหาหมอกควันและฝุ่นพิษ” คำพูดนี้ไม่ใช่คำพูดของเราแต่เป็นคำพูดของคุณ โกศล สถิตธรรมจิตร ซึ่งเป็นทั้งนักการทูตไทย และนักเขียนสร้างแรงบันดาลใจ ทว่าคำพูดนี้นั้นไม่ว่าจะเป็นของใครก็เป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครเถียงได้ และมีคำพูดประกาศิตอีกประโยคหนึ่งที่ก็ไม่มีใครเถียงได้เช่นกัน นั่นคือ คำพูดของนิรนามที่ว่า “ใครๆ ก็อยากไปสวรรค์ แต่ไม่มีใครอยากตาย”

นั่นก็มาถึงข้อความที่เราอยากจะสื่อถึงทุกคนในบทความนี้ คือ ทุกคนอยากที่จะมีอากาศบริสุทธิ์ และไม่มีฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 แต่ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเอง ทุกคน ทุกอาชีพ ทุกสถานะ ล้วนมีส่วนทำให้เกิดปัญหานี้ ทั้งต่อตัวเราเองและต่อลูกหลานของเรา รวมทั้งพ่อแม่ปูย่าตายายของเรา ตลอดไปจนถึงเพื่อนร่วมโลกคนอื่นๆ อีกมากมาย แต่เราก็เลือกที่จะยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมหรือวิถีการดารงชีวิตโดยหวังว่าเหตุการณ์มันจะดีขึ้นได้เอง

แต่ทว่าไม่มีหรอก ที่จะทำต่อไปเหมือนเดิมๆแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆขึ้น

ปัญหาฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 มีมานานแล้ว อาจจะมากกว่า 20 – 30 ปีขึ้นไปด้วยซ้า แต่เนื่องจากความรู้ในอดีตของโลกเรามีไม่มากพอ จึงไม่มีการคิดค้นเครื่องมือวัดและไม่มีมาตรฐานในการวัด แต่เมื่อศาสตร์ทางการอนามัยมีมากขึ้นเราจึงได้เริ่มมีการวัดค่านี้และกำหนดเป็นมาตรฐานคุณภาพอากาศขึ้น สำหรับฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 นี้มีค่ามาตรฐาน อยู่ 2 ระดับ คือ มาตรฐานรายปี (25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) และมาตรฐานรายวันหรือ 24 ชม. (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ซึ่งมาถึงตรงนี้ขอแทรกข้อมูลประกอบความคิดเห็นและการตัดสินใจของพวกเราทุกคนสักเล็กน้อยว่า ที่ผ่านมามีบางคนเอาค่าที่วัดได้ในนาทีหนึ่งๆ หรือชั่วโมงหนึ่งๆไปเทียบกับค่ามาตรฐานรายปีหรือราย 24 ชั่วโมง ซึ่งการเปรียบเทียบเช่นนี้มันผิดหลักการทางวิชาการอยู่มาก และทำให้เกิดการตื่นตระหนกเกินเหตุขึ้นมาได้เพราะค่าที่วัดได้ ณ เวลาหนึ่งๆ อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าค่าเฉลี่ยได้เป็นสิบเท่า

อย่าลืมว่า การตื่นตระหนกเกินเหตุนี้สามารถทำให้จิตตกและเกิดความกังวล ซึ่งนำไปสู่ความเครียดที่เป็นปัญหาที่รุนแรงอีกรูปแบบหนึ่งที่หลายคนมองไม่เห็น

แต่เอาละ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะขอไม่ลงรายละเอียดในที่นี้ ทว่าส่วนที่จะเอามาบอกกล่าวกันในครั้งนี้ คือ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นี้มันลดได้แก้ได้ เช่น ที่ปักกิ่งก็ลดปัญหาลงมาได้มาก จนหลายประเทศเอามาเป็นตัวอย่างในการจัดการมลพิษอากาศ (https://readthecloud.co/china-pm25) ซึ่งอาจสรุปได้สั้น ๆ ว่า สำหรับเรื่องนี้ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอของปัญหา นั่นคือต้องหยุดหรือลดกิจกรรมที่จะส่งผลให้มีฝุ่น PM 2.5 มากขึ้นเท่านั้น วิธีการอื่นเป็นไปไม่ได้และไม่มีวันสาเร็จ

แล้วกิจกรรมนั้นมีอะไรบ้างที่ทุกฝ่ายจะมีส่วนร่วมด้วยได้ เราจะยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมง่าย ๆ สัก 2 ตัวอย่าง เช่น การทำให้ประชาชนเดินหรือขี่จักรยานไปต่อระบบขนส่งมวลชน เช่น รถไฟไฟฟ้า รถประจำทาง หรือ เรือเมล์ ฯลฯ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย นั่นจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่คนเดินทางด้วยระบบนี้ ซึ่งนั่นหมายถึงจะมีการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง โยงใยไปถึงการลดการปล่อยฝุ่นควันได้อย่างเป็นรูปธรรม หรืออีกตัวอย่างก็คือ การใช้เครื่องจักรยนต์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ มาใช้ตัดฟันซากพืชเกษตรแล้วฝังลงดินแทนการเผา ซึ่งทั้งสองวิธีก็จะเป็นกาจัดฝุ่นแต่ต้นทางได้เป็นอย่างดี

เราจะมีคำตอบหรือทางออกอื่น ๆ ทำนองนี้อีกมากมานาเสนอเพิ่มเติม ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2562 ภายใต้โครงการกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ด้วยการ เดิน วิ่ง ปั่น ภายใต้คาขวัญ “ต้นไม้สวย ฟ้าใส ไร้มลพิษ พิชิต PM 2.5” เราจึงอยากจะชวนเชิญทุกท่านออกมาแสดงพลังภาคประชาชน โดยการไปร่วมกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ เพื่ออนาคตของบ้านเมืองเรา ดูรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ FB ฟ้าใสไร้ฝุ่น (facebook.com/FaSaiRaiFoon) และลงทะเบียนได้ที่ race.thai.run/FaSaiRaiFoon

 

“ไร้ฝุ่นพิษโลกสว่างกระจ่างแจ้ง

พลังแรงเต็มหัวใจไร้ปัญหา

บรรยากาศอิ่มเอมเปรมปรีดา

สร้างคุณค่าไร้ฝุ่นพิษชีวิตงาม”

                                                                  ชมัยภร แสงกระจ่าง

                                                           ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ..2557