คุณหมอแนะนำ: พิชิตเป้าหมายสุขภาพดี และมีความสุขกว่าที่เคย ด้วยเวชศาสตร์ป้องกันก่อนเกิดโรค

คุณหมอแนะนำ: พิชิตเป้าหมายสุขภาพดี และมีความสุขกว่าที่เคย  ด้วยเวชศาสตร์ป้องกันก่อนเกิดโรค

โดย ดร. เคนท์ แบรดลีย์ ประธานที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น

และการให้การศึกษาด้านโภชนาการ

ในปัจจุบัน หลายประเทศกำลังเผชิญภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลซึ่งมีแต่จะสูงขึ้นทุกขณะ ประชาชนจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลและบริการต่าง ๆ ที่แพงมากขึ้น ทั้งค่าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ค่าตรวจสุขภาพ ค่าบริการทางการแพทย์ และค่ายารักษาโรค ฯลฯ โดยสาเหตุสำคัญของการที่ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น จำนวนคนป่วยเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้น และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ล้วนแต่สร้างภาระอันน่าหนักใจให้กับตัวผู้ป่วยเอง รวมไปถึงครอบครัวและสังคมที่อาศัยอยู่

สถิติข้อมูลล่าสุดพบว่า ผู้คน 800 ล้านคนทั่วโลก (ร้อยละ 12 ของประชากรโลก) จำเป็นต้องจ่ายเงินอย่างน้อยร้อยละ 10 ของรายได้ของพวกเขาไปกับค่ารักษาพยาบาล อันที่จริงแล้ว มีการคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลทั่วโลกจะเพิ่มสูงถึง 8.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 นี้ [1]  เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญปัญหาค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยสังคมผู้สูงอายุที่ขยายใหญ่ขึ้นจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลของไทยทะยานสูงขึ้นจนไปแตะที่ 1.4 ล้านล้านบาทต่อปีในอีก 15 ปีข้างหน้า ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ (TDRI)

“ป้องกันไว้ก่อนดีกว่ารักษา”: ทางเลือกที่ฉลาดกว่า

แทนที่จะเสียเงินจำนวนมากไปกับการรักษาโรคและปัญหาสุขภาพต่าง ๆ วิธีการจัดการที่ดีกว่าก็คือการดูแลป้องกันให้สุขภาพแข็งแรงไว้แต่เนิ่น ๆ ขั้นแรกของการลดค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลคือการให้ความรู้และกระตุ้นตัวเราเองด้วยเครื่องมือและการสนับสนุนที่เหมาะกับแต่ละบุคคลเพื่อปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เราทุกคนสามารถเข้าใจสุขภาพของตัวเราเองได้ ตลอดจนสามารถประเมินการใช้ชีวิตของเราและสิ่งที่เราเลือกให้กับชีวิตเราเองได้ในทุกๆวัน

เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Healthcare) คือศาสตร์ทางการแพทย์ที่เน้นการป้องกันก่อนเกิดโรคด้วยการสร้างเสริมลักษณะนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้ถูกต้อง การดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการมีไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอด้วยการออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเรา ทั้งสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด กล้ามเนื้อ มวลกระดูก ไปจนถึงสุขภาพจิตใจ

ยิ่งไปกว่านั้น เราจำเป็นต้องตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของโภชนาการและสิ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อสุขภาพที่สมดุล และต้องรู้ด้วยว่าวิตามินและเกลือแร่ช่วยส่งเสริมสุขภาพเราอย่างไร รวมถึงรู้จักแหล่งพลังงานที่ดีที่ร่างกายต้องการอย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันดี เพื่อที่เราจะได้มีวิจารณญาณและมุมมองที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงเกี่ยวกับการทำงานของโภชนาการต่อสุขภาพร่างกาย 

องค์กรสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลรักษาสุขภาพทั้งหลาย ก็สามารถช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ได้ ในประเทศไทยก็มีศูนย์อนามัยชุมชนอยู่ทั่วทุกแห่งที่ให้เราได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนคำแนะนำและวิธีการช่วยเหลือด้านการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

รวมพลังเครือข่ายรอบตัวเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ

เมื่อเราส่งเสริมสนับสนุนกันและกันให้หันมาดูแลสุขภาพของตัวเอง ก็ถือเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญที่ส่งเสริมให้เราเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่ออนาคตของเราทุกคนในที่สุด ทุกวันนี้ เราสามารถใช้พลังของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อรณรงค์ในการสร้างเสริมสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจและบอกกล่าวสารสำคัญของ “การป้องกันสุขภาพดีกว่าการรักษา” ให้แก่คนอื่น ๆ ที่เรารู้จักและรู้จักเราในโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี 

เราแชร์การออกกำลังกาย สูตรอาหาร วิธีไดเอท ตลอดจนประสบการณ์ส่วนตัวด้านสุขภาพและอื่น ๆ อีกมากมายบนโลกออนไลน์ เราฟังเพื่อนและผู้คนในแวดวงที่เราสนใจ ซึ่งเรื่องราวและคำแนะนำของคนเหล่านั้นมีอิทธิพลต่อชีวิตเราอย่างมาก และเราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันความเจ็บป่วย รวมถึงวิธีการดูแลสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม และนำมาปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ของเราเพื่อให้มีสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างยืนยาว หากเราทุกคนมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉงแข็งแรงและเลือกสรรโภชนาการที่ดีให้กับตัวเองแล้ว เราก็สามารถลดความเสี่ยงเรื่องปัญหาสุขภาพรุมเร้า และยิ้มรับอนาคตด้วยสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นได้แน่นอน

[1] https://tdri.or.th/en/2018/01/soaring-healthcare-costs/