มูลนิธิเอสซีจีส่งต่อพลังบวกผ่านหนังสั้น “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” สร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ อาชีวะทั่วประเทศ

มูลนิธิเอสซีจีส่งต่อพลังบวกผ่านหนังสั้น “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” สร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ อาชีวะทั่วประเทศ

เพราะเชื่อว่าความสำเร็จไม่มีทางลัด และทุกๆ ความสำเร็จล้วนต้องการกำลังใจในการก้าวไปให้ถึงจุดหมาย มูลนิธิเอสซีจีตระหนักถึงความสำคัญของทุกความฝัน ล่าสุดจึงได้จัดทำหนังสั้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ อาชีวศึกษา เรื่อง “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้จากการลงมือ มีฝีมือจากความพยายาม” กับเรื่องราวของความมุ่งมั่นที่จะทำตามความฝันของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง จากการเรียน การฝึกฝนพยายาม สู่การเป็นบาริสต้ามืออาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อกำลังใจให้กับน้องๆ อาชีวะทั่วประเทศ  

เชาวลิต เอกบุตร กรรมการบริหารมูลนิธิเอสซีจี กล่าวในงานเปิดตัวหนังสั้น “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า นับแต่ปี พ.ศ. 2556 มูลนิธิเอสซีจีได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สนใจศึกษาต่อด้านอาชีวะในสายช่างอุตสาหกรรม สายบริการและสายเกษตรกรรม ภายใต้โครงการ “อาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ” โดยปัจจุบันนี้มูลนิธิ ฯ ให้ทุนการศึกษาอาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ ไปทั้งสิ้น 2,450 ทุน พร้อมกันนั้นยังมีกิจกรรมพิเศษเพื่อสื่อสาร ให้กำลังใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้อง ๆ อาชีวะ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหนังสั้นที่มูลนิธินำเสนอผ่านเรื่องราวในแง่มุมต่าง ๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี

“ในปีนี้ มูลนิธิเอสซีจีต้องการที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กอาชีวะสายบริการ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีทักษะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ จากข้อมูลความต้องการแรงงานอาชีวศึกษาในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) ในช่วงปี 2560-2564 พบว่ากลุ่ม First S-Curve เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีรายได้และการเติบโตดี นอกจากนี้ การแปรรูปอาหาร การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ก็เป็นแนวโน้มที่มาแรงในปัจจุบันอีกด้วย โดยในปีนี้ มูลนิธิฯ ได้นำเสนอเรื่องราวที่แสดงให้เห็นศักยภาพและความสามารถของน้อง ๆ อาชีวะ ที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบ   ลงมือปฏิบัติ เพื่อนำไปประกอบอาชีพได้จริง ผ่านหนังสั้นเรื่อง “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” ภายใต้แนวคิด เรียนรู้จากการลงมือ มีฝีมือจากความพยายาม เพื่อส่งเสริมให้สังคมมีมุมมองและทัศนคติที่ดีต่อนักเรียนอาชีวะ และได้เห็นว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นทั้งนักคิดและนักปฏิบัติในคนเดียวกัน อีกทั้งมูลนิธิฯ ต้องการส่งเสริมให้สาธารณชนได้รู้จักเด็กอาชีวะในสาขาบริการมากยิ่งขึ้น ซึ่งในสายวิชาชีพนี้ น้อง ๆ สามารถที่จะใช้ทักษะฝีมือที่ได้จากการเรียนอาชีวะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดดอกไม้ การประกอบอาหาร การทำเครื่องดื่ม หรือการแกะสลัก มาเลี้ยงดูตัวเองได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ หรือยึดเป็นอาชีพหลักได้ เหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต” เชาวลิต กล่าว

ด้าน วิทิต คำสระแก้ว ผู้กำกับหนังสั้น “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” เล่าให้ฟังถึงการนำเสนอเนื้อหาของหนังสั้นเรื่องนี้ว่า ภาพจำของคนที่รู้จักเด็กอาชีวะส่วนใหญ่ คือเป็นผู้ชาย เรียนช่างยนต์ ช่างก่อสร้าง แต่ในปีนี้ได้รับโจทย์เบื้องต้นจากมูลนิธิเอสซีจี ที่ต้องการจะหยิบยกเด็กอาชีวะอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นบุคลากรที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นรายได้หลักของประเทศมาพูดถึง “หนังสั้นเรื่องนี้ พื้นฐานตั้งต้นอาจจะเหมือนแค่เล่าเรื่องเด็กอาชีวะทั่วไป แต่ผมว่าหนังทุก ๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเพียงแค่เด็กอาชีวะ แต่พูดถึงสังคมไทยโดยรวม คือการให้ความสำคัญกับคนที่มีส่วนผสมของความรู้ในเชิงทฤษฎีและเป็นนักปฏิบัติในคน ๆ เดียวกัน ซึ่งมูลนิธิ ฯ พยายามจะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ตลอดเวลา และคิดว่าหนังเรื่องนี้จะช่วยสื่อออกไปได้ ทั้งช่วยสร้างแรงบันดาลใจกับเด็กอาชีวะเบื้องต้นก่อน แล้วก็รวมไปถึงผู้ปกครองหรือญาติพี่น้อง ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวบุตรหลานของตัวเองที่จบจากสถาบันอาชีวะ และสนับสนุนให้เด็กทำในสิ่งที่รัก ซึ่งความรักจึงเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญในการทำทุกสิ่ง และความพยายามในการฝึกฝนตัวเอง ฝึกทักษะฝีมือ และสั่งสมประสบการณ์ ถือเป็นสูตรลับสู่ความสำเร็จเช่นกัน” วิทิต กล่าว

ด้าน คุณครูกันญาภัค คล้ายสิงห์โต หัวหน้าแผนกวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี ตัวแทนคุณครูอาชีวะ เล่าว่าจากการเป็นนักเรียนอาชีวะที่มีความฝันมาก่อนเช่นกัน จึงซาบซึ้งและเข้าใจดีว่าทุกความฝันล้วนต้องการแรงผลักดันและกำลังใจ ซึ่งคุณครูมีโอกาสได้ทำงานที่ตัวเองรัก นั่นคืองานสายบริการ จากอดีตพนักงานโรงแรม และตอนนี้ผันตัวมาเป็นคุณครูอาชีวะ แต่ไม่ว่าจะทำงานอะไร แก่นแท้ของการบริการก็ยังคงอยู่ นั่นคือการมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำ และสิ่งนี้ยังเป็นแรงผลักดันให้เป็นผู้บุกเบิกสาขาวิชาการโรงแรมอีกด้วย

“ตอนที่มาบรรจุเป็นครู ได้สอนวิชาคหกรรมที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีหลักสูตรการโรงแรม เราก็เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลักดันให้วิทยาลัย ฯ มีการเรียนการสอนสาขาการโรงแรมขึ้น เพื่อให้เด็กมีทางเลือกในการเรียนมากขึ้น ตลอดจนตอบโจทย์ของสังคมด้วย เห็นได้ชัดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเติบโต และตลาดแรงงานก็ต้องการนักเรียนอาชีวะในสายบริการเพิ่มมากขึ้น ส่วนนักเรียนเองก็ได้เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ครูเองก็ได้ถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองรักไปสู่นักเรียนด้วยความภาคภูมิใจ  จึงอยากฝากไปถึงนักเรียนทุกคนให้ค้นหาความชอบของตัวเองให้เจอ ว่าชอบอะไร อยากเรียนอะไร วาดฝันไว้แบบไหน แล้วเดินไปทางที่ตัวเองเลือกอย่างตั้งใจ ไม่ย่อท้อ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีความสุขกับงานที่ทำ ซึ่งจะเป็นรายได้และเป็นอาชีพที่เลี้ยงดูครอบครัวและตัวเราเอง  ต้องมีความอดทน พยายาม ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคที่ต้องเจอ แล้วเราจะไปถึงจุดหมายได้อย่างภาคภูมิใจ” คุณครูกันญาภัค กล่าว

ด้านตัวแทนน้อง ๆ อาชีวะ อย่าง สายชล เศรษฐากา ศิษย์เก่าอาชีวะ สาขาวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ ได้พูดถึงประสบการณ์การทำงานที่สามารถนำวิชาความรู้จากการเรียนอาชีวะมาใช้ได้จริงสามารถนำไปประกอบอาชีพเพื่อนำรายได้ไปจุนเจือครอบครัว และดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีว่า “ตอนทำงานสิ่งที่ทุกคนต้องเจอคือความกดดัน และสิ่งที่จะทำให้เราผ่านตรงนี้ไปได้ คือความพยายามและความอดทน ตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ วันหนึ่งถ้าเราผ่านจุดที่ท้อแท้มาได้ เราก็จะมีความภาคภูมิใจในตัวเอง การที่เราเรียนอาชีวะ ทำให้เราได้เรียนรู้ก่อนคนอื่น เพราะว่าเราจะได้ลงมือปฏิบัติจริงตั้งแต่ช่วงเรียน ไม่จำเป็นต้องรอให้เรียนจบเราก็สามารถมีประสบการณ์การทำงานระหว่างเรียนได้ เมื่อเราจับทางถูกและได้ทำในสิ่งที่เรารัก เชื่อว่าเราจะทำมันออกมาได้ดีเกินคาดแน่นอน” สายชล กล่าว 

ปิดท้ายที่ ปภัสสร โดยศรีเอี่ยม นักศึกษาชั้น ปวส. 2 สาขาการโรงแรม จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค) หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรมงานเปิดตัวหนังสั้น ได้พูดถึงสิ่งที่ได้รับจากหนังสั้นเรื่อง “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” ว่า หลังจากที่ดูหนังจนจบ ทำให้ตัวเองมีแรงสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ได้รับแรงบันดาลใจในการทำตามความฝัน และเป้าหมายที่ตนเองได้ตั้งไว้

“หนังดีมาก ๆ เลยค่ะ เรื่องราวในหนังก็คล้ายกับเรื่องของหนู หลาย ๆ ครั้งที่เจอกับอุปสรรค ทำให้รู้สึกหมดกำลังใจ ไม่อยากทำต่อ กลัวความกดดันที่ต้องเจอ จนบางครั้งก็ทำให้อยากเลิก ไม่อยากทำต่อแล้ว แต่พอได้ดูหนังเรื่องนี้ ทำให้มีกำลังใจ และรู้ว่าถ้าเรามีความอดทน มีความพยายามมากพอที่จะผ่านอุปสรรคไปให้ได้ เราก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน วันนี้อาจจะยังไม่ถึงเวลาของเรา แต่ถ้าเราสู้ไม่ถอย เราต้องไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน” ปภัสสร กล่าว

“ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” นับเป็นหนังสั้นอีกเรื่องหนึ่งที่มูลนิธิเอสซีจีมุ่งมั่นให้สังคมได้รู้จักเด็กอาชีวะสายบริการในมุมที่ใกล้ชิดขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจให้แก่เด็กอาชีวะในเส้นทางที่พวกเขาเลือกเดิน มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับทุกความฝัน เพียงแค่ลงมือทำ ฝึกฝนทักษะฝีมือ ผสานกับความมุ่งมั่นตั้งใจ ความสำเร็จนั้นไม่ได้มาง่ายๆ แต่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

รับชมหนังสั้น “ชงด้วยเลิฟ เสิร์ฟด้วยรัก” ทางช่องทางออนไลน์ ได้ที่ Facebook page อาชีวะฝีมือชน     คนสร้างชาติ และ YouTube: scgfoundation